เมื่อเทปออดิชันเปลี่ยนชะตา! Waltteri Väyrynen แห่ง OPETH เปิดคลิปปี 2022 ที่พาเขาเข้าสู่วงในฝัน
วงโปรเกรสซีฟเมทัลระดับตำนานอย่าง OPETH กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อ Waltteri Väyrynen มือกลองชาวฟินแลนด์วัย 31 ปี เผยแพร่วิดีโอออดิชันต้นฉบับจากปี 2022 เพลง The Devil’s Orchard ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่เปิดทางให้เขาก้าวเข้าสู่รายชื่อสมาชิกอย่างเป็นทางการของวงในเวลาต่อมา ก่อนจะร่วมทัวร์และเข้าห้องอัดในยุคอัลบั้ม The Last Will And Testament ที่วางจำหน่ายในปี 2024
วิดีโอนี้ถูกปล่อยผ่าน YouTube พร้อมข้อความสั้นๆ จาก Waltteri ที่สะท้อนความรู้สึกของเขาในวันที่หวนกลับไปดูผลงานเก่าที่เริ่มต้นทุกอย่าง เขาระบุว่าแม้การแสดงในคลิปจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการบันทึกช่วงเวลาที่เขายังไม่รู้ชะตาในอนาคต และเป็นจังหวะที่ทำให้ชีวิตเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางที่เรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นความฝันของนักดนตรีสายโปรเกรสซีฟเมทัล เขายังกล่าวอีกว่าในคลิปนี้เล่นตามแทร็กอัลบั้มโดยไม่มีคลิก ทำให้จังหวะบางส่วนคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ยังคงเป็นงานที่เขาภูมิใจที่จะนำกลับมาให้แฟนเพลงได้ชมกันในวันนี้
การมาถึงของ Waltteri ในปี 2022 เกิดขึ้นหลังจาก OPETH ใช้ Sami Karppinen ซึ่งเดิมเป็นเทคนิคเชียนของ Martin “Axe” Axenrot มาทำหน้าที่แทนชั่วคราวหลายเดือนนับตั้งแต่ปลายปี 2021 กระทั่งวงเริ่มมองหาสมาชิกถาวร และได้เห็นคลิปที่ Waltteri เล่น The Devil’s Orchard อย่างเต็มพลังจนสร้างความประทับใจแก่สมาชิกในวงทันที โดยเฉพาะ Fredrik Åkesson มือกีตาร์ของวงที่ให้สัมภาษณ์ในปี 2024 ว่า Waltteri ไม่เพียงมีฝีมือด้านดรัมมิงสายเอ็กซ์ตรีมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความละเอียดอ่อนแบบโปรเกรสซีฟ ร็อกยุค ’70 ไปจนถึงจังหวะกึ่งแจ๊ซ ซึ่งเป็นหัวใจของการทำงานภายใน OPETH
Fredrik ยังย้ำว่าการทดสอบฝีมือไม่ได้สิ้นสุดที่คลิปออดิชัน เพราะ Waltteri ได้ร่วมทัวร์ถึง 3 รอบก่อนวงจะตัดสินใจเข้าห้องอัด The Last Will And Testament ร่วมกัน และผลลัพธ์ก็ชัดเจนตั้งแต่การอัดเพลงแรก Paragraph Three ที่เขาสามารถทำได้ในครั้งเดียว จนทั้งวงเห็นพ้องกันว่าเขาคือคนที่ใช่ แม้เจ้าตัวจะยังขออัดอีกรอบเพราะต้องการความสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของตนเองก็ตาม
การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งมือกลองของ OPETH มีรากยาวนานตั้งแต่ปี 2006 เมื่อ Axe เข้ามาแทนที่ Martin Lopez ที่ต้องถอนตัวจากวงด้วยปัญหาสุขภาพและอาการวิตกกังวล ซึ่งส่งผลต่อการทัวร์ในช่วงเวลานั้น การเข้ามาของ Waltteri จึงถือเป็นบทใหม่ของวงที่กำลังก้าวสู่ยุคสมัยที่ผสมความทะเยอทะยานทางดนตรีกับความพิถีพิถันระดับสูง
อัลบั้มล่าสุด The Last Will And Testament ที่เปิดศักราชใหม่ให้กับไลน์อัพชุดนี้ ได้รับการเขียนโดย Mikael Åkerfeldt ทั้งหมด โดยมีการร่วมเรียบเรียงเนื้อร้องกับ Klara Rönnqvist Fors และมีทีมโปรดักชันระดับแนวหน้าอย่าง Stefan Boman, Joe Jones และวง OPETH เองร่วมทำงานในสตูดิโอ Atlantis และ Hammerthorpe กรุงสตอกโฮล์ม นอกจากนี้ยังได้ Dave Stewart มาร่วมอำนวยการเรียบเรียงเครื่องสาย และได้รับการมาสเตอริ่งโดย Miles Showell ที่ Abbey Road Studios ในลอนดอน
อัลบั้มยังได้เสียงฟลุตและการบรรยายจาก Ian Anderson แห่ง JETHRO TULL รวมถึงการมีส่วนร่วมของ Joey Tempest จาก EUROPE และลูกสาวของ Mikael คือ Mirjam Åkerfeldt ที่ให้เสียงปริศนาในแทร็กเปิดอย่างลงตัว ทุกองค์ประกอบทำให้ยุค Waltteri กลายเป็นช่วงเวลาที่ OPETH สร้างสมดุลระหว่างความดิบ ความลุ่มลึก และความวิจิตรได้อย่างโดดเด่นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวง
วิดีโอออดิชันเก่าที่เพิ่งเผยแพร่ครั้งนี้คือเรื่องราวเบื้องหลังห้องซ้อม และเป็นภาพบันทึกชั่วขณะแห่งการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งสะท้อนวินาทีที่นักดนตรีหนึ่งคนกำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ใหญ่กว่าเดิม และเป็นหลักฐานสำคัญของการเริ่มต้นยุคใหม่ของ OPETH ที่กำลังเดินหน้าต่อในทิศทางที่เฉียบคมกว่าที่เคย
#Opeth #WaltteriVayrynen #TheDevilsOrchard #ProgressiveMetal #MikaelAkerfeldt #FredrikAkesson #TheLastWillAndTestament #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น