เมื่อ Temple of Void ทำให้ความตายมีจังหวะหายใจด้วย Summoning the Slayer


เมื่อความยิ่งใหญ่ถูกใช้จนพร่าเลือน เรามักถามกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอะไรทำให้ดนตรีงานหนึ่งยืนหยัดได้เหนือกาลเวลา พรสวรรค์ ความอดทน หรือช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่สำหรับ Temple of Void คำตอบกลับเรียบง่ายและหนักแน่นกว่านั้น มันคือความเข้าใจในน้ำหนักแห่งซาวด์ การจัดวางจังหวะที่รู้ว่าควรเร่งหรือผ่อนเมื่อไร และสัญชาตญาณที่รู้ว่าริฟฟ์หนึ่งริฟฟ์สามารถกดทั้งห้องให้โค้งคำนับได้อย่างไร Summoning the Slayer คือหลักฐานร่วมสมัยของวงจาก Detroit ที่ยืนยันว่าพวกเขายังคงยืนอยู่แถวหน้าของเดธ/ดูม ด้วยความมั่นใจที่เงียบงัน ไม่จำเป็นต้องโอ้อวด

Temple of Void ถือกำเนิดขึ้นในปี 2013 ท่ามกลางซากอุตสาหกรรมและเงามืดของ Detroit เมืองที่หล่อหลอมทั้งเครื่องจักรและเสียงดนตรีหนักหน่วง ในช่วงเวลาที่เดธเมทัลร่วมสมัยเร่งความเร็ว แข่งขันกันด้วยเทคนิคและความโหด วงจาก Michigan กลับเลือกจะชะลอทุกอย่างลง เปิดพื้นที่ให้เสียงกีตาร์แต่ละคอร์ดก้องสะท้อน และปล่อยให้ความตายยืดเวลาหายใจได้ยาวขึ้น เดธ/ดูมในแบบของพวกเขาดุจการสังเคราะห์ 2 ขั้วอย่างแนบเนียน ความโหดของเดธเมทัลถูกถ่วงด้วยจังหวะเชื่องช้า หนืดลึก และบรรยากาศอึมครึมที่คลี่คลายเหมือนหมอกยามเช้า ธีมเนื้อหา ความตาย ความพินาศ ความสยองขวัญ และแฟนตาซีดำมืด ทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้ดนตรีเคลื่อนไหวอย่างมีมิติ

ผลงานแรก Demo MMXIII คือสัญญาณตั้งต้น ก่อนที่ Of Terror and the Supernatural ในปี 2014 จะประกาศตัวตนของวงอย่างจริงจัง ริฟฟ์ถูกออกแบบให้จดจำมากกว่าโอ้อวด และคุณสมบัตินั้นกลายเป็นแก่นสำคัญของ Temple of Void ต่อเนื่องมาถึง Lords of Death ในปี 2017 อัลบั้มที่ขยายขอบเขตของความหน่วงให้กว้างและหนักขึ้น เสียงดนตรีฟังดูใหญ่ หนา และมั่นใจ จนชื่อของวงเริ่มถูกกล่าวถึงในฐานะความหวังใหม่ของเดธ/ดูมอเมริกัน พร้อมการปรากฏตัวบนงานรวมเพลงและคอมไพล์ที่สะท้อนสถานะซึ่งค่อยๆ แข็งแรงในฉากใต้ดิน

ปี 2020 The World That Was ขยับโทนไปสู่ความหม่นเศร้าและบรรยากาศสิ้นหวังของโลกที่พังทลาย แม้เสียงวิจารณ์จะหลากหลาย แต่งานชุดนี้ยืนยันความตั้งใจของวงในการพัฒนาภาษาดนตรีของตนเอง ไม่ย่ำอยู่กับที่ และไม่ยอมถูกจำกัดด้วยสูตรสำเร็จ กระทั่งปี 2022 Summoning the Slayer ก็ทำหน้าที่ดั่งพิธีกรรมเรียกอำนาจทั้งหมดกลับคืนมา อัลบั้มนี้ไม่เปลี่ยนทิศทาง หากขัดเกลาแก่นแท้ให้คมขึ้น ตั้งแต่เสียงเปิดของ Behind the Eye ที่วางจังหวะมืดทึบ บดโลกลงใต้ฝ่าเท้าเหล็กกล้าแห่งริฟฟ์ ความหน่วงที่นี่เป็นดั่งแรงโน้มถ่วงที่คำนวณอย่างแม่นยำ ทำให้ทุกการเคลื่อนแห่งซาวด์มีน้ำหนัก มีเงา และมีแรงดึงดูดเฉพาะตัว


หากจะมีใครกล่าวว่าวงนี้เดินบนโน้ตเดียว คำตอบอาจง่ายดาย ถ้าโน้ตนั้นทรงพลังพอจะสลักชื่อไว้ในความทรงจำ การย้ำซ้ำย่อมกลายเป็นพิธีกรรม Deathtouch ซิงเกิลที่ยาวที่สุด คือบทพิสูจน์การเล่าเรื่องด้วยโครงสร้างริฟฟ์หลายชั้นที่ค่อยๆ ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ตื่นขึ้น ขณะที่เพลงลึกอย่าง Engulfed ย้ำชัดว่าความสม่ำเสมอของ Temple of Void คือความแน่วแน่ในภาษาแห่งซาวด์ของตน

ท่ามกลางความหนาแน่น อัลบั้มยังกล้าหยุดหายใจด้วย Dissolution เพลงสงบเพียงหนึ่งเดียวในอัลบั้มและแทบทั้งแคตตาล็อก เสียงร้องสะอาด กีตาร์อะคูสติก และอารมณ์อาลัยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนพาให้นึกถึง Black Sabbath ในยุค Planet Caravan ดุจความกล้าที่จะเปลือยอารมณ์ ปิดฉากด้วยความอ่อนโยนที่ทำให้งานทั้งชุดมีน้ำหนักทางอารมณ์ครบถ้วนอย่างน่าประหลาด

วันนี้ Temple of Void ยังคงเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงภายใต้สังกัด Relapse Records พร้อมผลงานรวม The First Ten Years ที่ทำหน้าที่เป็นหมุดหมายทางเวลา เมื่อพิธีกรรมสิ้นสุด สิ่งที่ถูกเรียกอาจไม่ใช่ปีศาจในตำนาน แต่เป็นริฟฟ์ที่ยืนตระหง่าน โอบล้อมผู้ฟัง และยืนยันอำนาจของเดธ/ดูมในแบบที่วงถนัดที่สุด Temple of Void เป็นดั่งสภาวะที่ความตายเคลื่อนตัวช้า แต่หนักแน่น และทิ้งร่องรอยไว้ในทุกจังหวะแห่งซาวด์

#TempleOfVoid #SummoningTheSlayer #DeathDoom #DetroitMetal #RelapseRecords #TerritoryMag


Temple of Void – Summoning the Slayer


LP — Orange Krush — 1208
บาท
LP — Royal Blue Cloudy Effect (LTD 581) — 1358 บาท

LP — Tri Color Merge w/ Splatter (LTD 373) — 1868 บาท



CD — 628 บาท



Cassette — 538 บาท



T-shirt — Size S M L XL — 1028 บาท
T-shirt — Size XXL — 1078 บาท

T-shirt — Size XXXL — 1128 บาท

T-shirt — Size 4XL — 1178 บาท





ความคิดเห็น