พงศาวดารแห่งความตาย! : Season VIII


My Dying Bride – Turn Loose the Swans (1993)

ค่ำคืนปี 1993 โลกแห่งซาวด์เมทัลเหมือนถูกลมเย็นเฉือนผ่านผิวหนัง เมื่อ My Dying Bride ปลดปล่อยงานที่ทั้งโหดร้าย อ่อนล้า และงดงามในคราวเดียวออกมา Turn Loose the Swans อัลบั้มที่เดินห่างจากรากเหง้าเดิมเหมือนพวกเขาฉีกหัวใจของตนออกมาเป็นท่อนๆ แล้วใช้ไวโอลินของ Martin Powell เย็บประวัติศาสตร์แห่งความเศร้าชุดใหม่ขึ้นจากเศษซากเหล่านั้น มันคือสงครามที่มีเพียงเสียงคร่ำครวญของมนุษย์ผู้สูญเสีย และคำสาปแช่งที่ลอยคว้างเหนือแม่น้ำสีเลือดแห่งโลกที่แตกสลาย

ตั้งแต่บทเปิด Sear Me MCMXCIII การไม่มีทั้งกลองและกีตาร์ทำให้เหมือนเราเดินเข้าสู่โบสถ์ร้างที่ยังอบอวลด้วยกลิ่นศพ Aaron Stainthorpe เปล่งเสียงที่สั่นสะท้อนเสมือนคำสารภาพครั้งสุดท้ายแห่งผู้ที่กำลังเดินสู่ลานประหาร เสียงไวโอลินของ Powell แล่นผ่านซากโครงสร้างอันทรุดโทรม ราวลมอันเหน็บหนาวพัดผ่านพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ก่อนที่สงครามและคำสาปแห่งความรักจะเผาผลาญทุกสิ่งจนเหลือเพียงเงาแห่งความเงียบงัน

เมื่ออัลบั้มไหลเข้าสู่ Your River และ The Songless Bird ความสิ้นหวังกลายเป็นมหาอุทกภัยท่วมหน้าอกผู้ฟัง กีตาร์ของ Andrew Craighan และ Calvin Robertshaw รังสรรค์ริฟฟ์ที่หนักแน่นเหมือนกำแพงป้อมปราการก่อนจะพังทลายลง ส่วนเบสของ Adrian Jackson เดินตัวโน้ตเสมือนเสียงฝีเท้าของนักโทษที่กำลังเดินเข้าสู่หลุมศพที่ขุดรอไว้ล่วงหน้า ทุกวินาทีเต็มไปด้วยการผูกมัดระหว่างเดธเมทัลที่มืดทึบกับดุมเมทัลที่ยืดยาวราวกับเวลาในขุมนรกถูกยืดออกไปจนไม่รู้จบ

ใน The Snow in My Hand และ The Crown of Sympathy อัลบั้มยกระดับความเจ็บปวดจนคล้ายบทบันทึกของนายทหารผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในกองร้อยที่ถูกเผาผลาญจนไม่เหลือเถ้ากระดูก เสียงร้องที่สลับระหว่างคำรามต่ำกับเสียงพร่าของ Aaron คือบทอาลัยที่ไม่มีดอกไม้ ไม่มีงานศพ มีเพียงกองซากมนุษย์กับพระเจ้าที่ไม่เคยตอบคำถามมนุษย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่แปลกที่ Rolling Stone เคยกล่าวว่าอัลบั้มนี้คือ Dracula สำหรับหูมนุษย์ เพราะมันชุ่มโชกด้วยความโรแมนติกเชิงมรณะแบบที่ทั้งชวนลุ่มหลงและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน

และเมื่อบทนำทั้ง 6 เพลงพาเราลงสู่เหวกว้างแห่งความสิ้นหวัง เพลงไตเติลแทร็ก Turn Loose the Swans ก็โผล่ขึ้นราวพิธีปลดปล่อยสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในยามที่สงครามกำลังมอดดับ หงส์ในที่นี้ไม่ได้เป็นสัตว์แห่งความบริสุทธิ์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณที่ถูกฉีกจนไม่เหลือรูปร่าง มันบินออกจากซากปรักหักพังดั่งเสียงแห่งคำสาป แหวกน้ำแข็งและควันปืนเพื่อบอกว่ามนุษย์ไม่มีวันหนีพ้นความรักและความตาย

แล้วทุกอย่างสิ้นสุดลงที่บทสวดอันดำมืด Black God ซึ่งดัดแปลงมาจากบทกวีอันโศกเศร้าในศตวรรษที่ 18 เสมือนเสียงของผู้หญิงผู้ถือคบเพลิงเดินลึกเข้าไปในสุสานแห่งเมืองที่ถูกเผา เสียงร้องของ Zena ลอยเลื่อนเหนือคีย์บอร์ดและไวโอลินราวกับกำลังทำพิธีเรียกวิญญาณขึ้นมร่ำไห้ใต้แสงจันทร์ที่มิเคยส่องแสงอีกต่อไป มันเป็นตอนจบที่เป็นคำสาปฝากไว้ให้ผู้ฟัง ความพังทลายไม่เคยจากไป มันเพียงซ่อนตัวในเนื้อเพลงและหัวใจมนุษย์เท่านั้นเอง

ในช่วงเวลาที่ Death-Doom Metal ยังเป็นพายุที่กำลังก่อตัว Turn Loose the Swans กลายเป็นเสาหลักที่ปักลงกลางทุ่งแห่งซากศพ สร้างเส้นทางใหม่แห่งซาวด์และอารมณ์ความรู้สึก มันทำให้ความรักกลายเป็นสนามรบ ทำให้เสียงไวโอลินกลายเป็นคมดาบ และทำให้ความตายในดนตรีดูงดงามเกินกว่าจะมองข้าม กาลเวลาผ่านไป อัลบั้มนี้ยังเต้นอยู่กลางเถ้าถ่านแห่งยุคสมัย ราวกับย้ำเตือนว่าในโลกที่โหดร้ายนี้ ความโศกเศร้าอาจเป็นบทบันทึกที่ซื่อตรงที่สุดแห่งความเป็นมนุษย์!

#MyDyingBride #TurnLooseTheSwans #DeathDoomMetal #GothicDoom #PeacevilleRecords #TerritoryMag

ความคิดเห็น