พงศาวดารแห่งความตาย! : Season VIII


Winter – Into Darkness (1990)

ณ ห้วงเวลาที่โลกใต้ดินยังไม่รู้ว่าความมืดมิดสามารถหนักหน่วงได้เพียงใด ปี 1990 คือวันที่ Winter ปักหมุดตำนานของพวกเขาลงบนแผนที่แห่งกาลเวลา ด้วยคมดาบอันดุดัน ดั่งเสียงแห่งการชะลอเวลาที่เย็นชาจนเลือดแห้งผาก Into Darkness เกิดขึ้นดุจคำสาปที่ค่อยๆ ลามไปในอากาศ เป็นเสียงสะท้อนจากมหานครนิวยอร์กที่จมอยู่ในอุตสาหกรรมและความเฉยชา ความหนักแน่นของมันกดทับลงมาช้าๆ เสมือนหิมะที่ถมทับร่างโดยไม่ถามความสมัครใจ

อัลบั้มนี้คือผลงานเต็มชุดแรกและชุดเดียวของ Winter คือผลึกน้ำแข็งที่หลอมมาจากความสิ้นหวังแห่งยุคสมัย อัดเสียงในช่วงเมษายนถึงพฤษภาคมที่ S.O.S. Studios ทุกโน้ตและทุกจังหวะถูกบีบอัดให้หนักราวกับโลกกำลังค่อยๆ ถอยออกจากแกนหมุนของมันเอง เสียงร้องของ John Alman ไม่ได้กู่ร้องเหมือนฮาร์ดคอร์สายกัดกร่อน และไม่ใช่คำรามแบบเดธเมทัลที่คุ้นเคย หากแต่เป็นเสียงที่ค้างคาอยู่ตรงกลาง เหมือนคนที่หมดแรงจะโกรธ แต่ก็ยังเหลือเรี่ยวแรงพอจะสาปแช่งทุกสิ่งรอบตัว ความหนาวของกีตาร์โดย Stephen Flam และหมอกหนาของคีย์บอร์ดจาก Tony Pinnisi ทำให้แต่ละนาทีกลายเป็นห้องเย็นขนาดมหึมา ส่วนจังหวะที่หนักแน่นของ Frank Casey นั้นเป็นเสมือนการเดินช้าๆ ของขบวนศพที่ไม่มีวันสิ้นสุด

เสียงและบรรยากาศที่ Winter ปรุงแต่งกลายเป็นที่ถกเถียงในหมู่แฟนสายโหด หลายคนต่อต้านคีย์บอร์ดที่ให้สัมผัสวังเวงเกินเดธเมทัลแบบดิบๆ แต่กาลเวลากลับพิสูจน์ว่าองค์ประกอบนี้คือหนึ่งในรากเหง้าของ Funeral Doom และ Death-Doom ที่จะเติบโตในรุ่นหลัง JJ Anselmi ย้ำไว้ในหนังสือ Doomed to Fail ว่าเสียงร้องและการจัดชั้นบรรยากาศในอัลบั้มนี้ได้ส่งอิทธิพลยาวไกลจนไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้

Into Darkness คืออัลบั้มที่แม้จะไม่หวือหวาในเชิงเทคนิค แต่กลับได้รับคำวิจารณ์ที่เกินคาดหมาย AllMusic ยกให้มันเป็นงานที่ไม่น่ากลืนกินสำหรับคนทั่วไป แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้ผู้ฟังไม่อาจละสายตา เหมือนการจ้องปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่ปะทุ คุณไม่รู้ว่ามันจะระเบิดหรือไม่ แต่คุณก็ละสายตาไม่ได้

กาลต่อมานิตยสาร Decibel จัดอันดับให้ Into Darkness อยู่ในลำดับที่ 13 ของ Top 100 Doom Metal Albums of All Time ขณะที่ Village Voice มองว่าอัลบั้มนี้คือหนึ่งใน 20 อัลบั้มฮาร์ดคอร์และเมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากนิวยอร์ก ทั้งหมดนี้คือหลักฐานว่ามนต์ดำที่ Winter ปล่อยออกมาไม่ได้แยกสลายไปตามสายลม แต่มันซึมลงไปในดิน ใต้สุสานแห่งซาวด์เฮฟวี่เมทัล และรอวันถูกค้นพบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รายชื่อเพลงทั้ง 7 บททำหน้าที่เสมือนบทสดุดีให้แก่โลกที่หนาวตาย Servants of the Warsmen และ Goden ราวบันทึกการเดินทัพแห่งกองกำลังที่รู้ว่าตนไม่มีทางชนะ Destiny และ Eternal Frost พาผู้ฟังจมลงไปในพื้นที่ที่ความหวังไม่สามารถงอกงามได้อีกต่อไป ก่อนจะปิดฉากด้วยบทกวีนรกอย่าง Into Darkness บทเพลงที่ยาวเกือบ 10 นาที แต่ทุกลมหายใจในนั้นช่างมากพอจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสมือนเวลาถูกตรึงไว้ด้วยโซ่สนิม

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงอัลบั้มเดียวของ Winter แต่พวกเขาก็ไม่เคยถูกลืม ซาวด์ของพวกเขาคล้ายแสงจากหลอดไฟสีส้มในโกดังร้าง ริบหรี่ แต่ยังส่องให้เห็นรูปทรงแห่งความหวาดกลัวที่มนุษย์พยายามซ่อนมาตลอดหลายทศวรรษ และนั่นเองคือเหตุผลที่ Into Darkness ถูกนับให้เป็นหนึ่งในผลงานที่เริ่มต้นความมืดมิดบทใหม่แห่ง Death-Doom Metal อย่างแท้จริง

ในพงศาวดารแห่งความตาย บทของ Winter คือคัมภีร์ที่เย็นยะเยือกที่สุด และ Into Darkness คืออนุสาวรีย์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะแห่งกาลเวลา ไม่เคยละลาย ไม่เคยหายไป และยังคงรอให้ผู้กล้าคนต่อไปเปิดประตูเข้าไปสู่ความมืดของมันอีกครั้ง

#Winter #IntoDarkness #DeathDoom #DoomMetal #NYCMetal #TerritoryMag

 

ความคิดเห็น