ทศวรรษแห่งแรงอาฆาต! Malthusian ปลดปล่อยความมืดบทล่าสุดด้วย The Summoning Bell
ดับลินดูเหมือนจะกลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ 4 นักทำลายซาวด์แห่งความมืด นาม Malthusian ปล่อยอัลบั้มล่าสุด The Summoning Bell ภายใต้บ้านหลังใหม่ Relapse Records หลังจากเส้นทางยาวนานกว่า 15 ปีที่ถูกหล่อหลอมจากความบังเอิญ ความเหน็ดเหนื่อย และแรงอาฆาตที่ไม่เคยหายไปจากหัวใจผู้สร้างสรรค์ซาวด์อันดุเดือดสไตล์ blackened death metal ของพวกเขา วงที่ถือกำเนิดขึ้นจากคืนดื่มไวน์กับกองแผ่นเสียงในห้องเล็กๆ กลางเมืองดับลิน บัดนี้กลับกลายเป็นกองกำลังแห่งเดธเมทัลตัวแทนเกาะไอร์แลนด์ที่เดินหน้าผลักเพดานแห่งซ่วด์สุดขั้วอย่างไม่เกรงใจใคร
จุดเริ่มต้นของ Malthusian เกิดขึ้นในต้นยุค 2010 จากการจับมือกันของ Matt Bree มือกีตาร์ผู้สนใจงานเสียงหม่นสไตล์ Immolation และ Morbid Angel กับมือกลองสายเดือด Johnny King ผู้เติบโตจากวง grindcore อย่าง Abbadon Incarnate ทั้งคู่ต่างถูกดึงดูดด้วยความว่างเปล่าในฉากเมทัลไอริชสมัยนั้นที่ยังขาดนักดนตรีที่สามารถระเบิดจังหวะเร็วระดับตัดลมหายใจได้อย่างจริงจัง เมื่อพวกเขารวมตัวกับเพื่อนร่วมวงดนตรีใต้ดินอย่าง Andy Cunningham และ Pauric Gallagher โลกก็ได้รู้จักชื่อ Malthusian ผ่านเดโม MMXIII และ EP Below the Hengiform ที่ทำให้วงก้าวขึ้นแท่นตัวแทนแห่งความโกลาหลในฉาก extreme metal ยุโรปอย่างฉับพลัน
ทว่าการเดินทางไม่ได้โรยด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว เพราะกระบวนการสร้างอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรก Across Deaths กลับกลายเป็นความทรมานยาวนาน การมิกซ์ที่ต้องย้อนทำใหม่ 2 ครั้งทำให้ความสุขของการสร้างงานศิลปะค่อยๆ หายไป ความเหนื่อยล้าและการเสียสมดุลของไลน์อัพต่อเนื่องทำให้วงต้องชะลอการเดินสายทัวร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ผลงานจะได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง แต่วงกลับรู้สึกว่าทุกอย่างหนักเกินกว่าจะภาคภูมิใจ
สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนเมื่อ Tom McKenna จาก Grave Miasma เข้ามารับตำแหน่งมือกีตาร์แทน Cunningham ตามด้วยพลังขับเคลื่อนใหม่ที่เกิดจากการร่วมงานกับภาพยนตร์สยองขวัญไอริช All You Need is Death และการออกทัวร์สั้นๆ ที่จุดไฟในวงให้ลุกขึ้นอีกครั้ง ความกระหายที่จะสร้างสิ่งใหม่ผสมกับความตั้งใจที่ไม่เคยหายไป ส่งวงเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่พวกเขารู้ว่าเสียงของตัวเองกลับคมและโหดขึ้นกว่าเดิม
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของ The Summoning Bell อัลบั้มที่จับมือกันระหว่างพลังสร้างสรรค์ที่กลับมามั่นคงและการตัดสินใจร่วมงานกับ Relapse Records หลังจากพูดคุยกันมาตั้งแต่สมัยเดโมยุคแรก Malthusian มองว่านี่คือเวลาเหมาะสมที่พวกเขาจะเปิดศักราชใหม่ให้เสียงของพวกเขาก้องไกลกว่าเก่า โดยเฉพาะเมื่อเพลงใหม่กลายเป็นการกลับไปสู่เดธเมทัล รวดเร็ว ตรงประเด็น และล้วงลึกเข้าไปในความมืดด้านในของมนุษย์มากกว่าที่เคยทำมา
อัลบั้มนี้เป็นการผลิบานของวิสัยทัศน์ใหม่ที่ยังเคารพรากเหง้าเดิม เสียงกลองของ King กลับมาเป็นหัวใจของทุกความโกลาหล กีตาร์ของ Bree ผันตัวจากความหม่นหนักแบบเดิมมาเป็นความบ้าคลั่งที่คมชัดราวใบมีด เผยให้เห็นความตั้งใจในการเขียนเพลงที่ Bree รับเป็นหัวเรือหลักในอัลบั้มนี้ ขณะที่เสียงเบสของ Federico Benini จาก Akercocke เสริมความหนักแบบไม่กรอง ที่ทำให้เนื้อเสียงทั้งวงฟาดหน้าแบบเต็มแรงในทุกแทร็ก
แม้ชื่ออัลบั้มจะอ้างอิงมาจากงานของ Samuel Beckett แต่แทนที่จะหยิบสัญลักษณ์ทางศาสนาหรือภาพปีศาจแบบเดธเมทัลทั่วไป Malthusian กลับสนทนากับความเปลือยเปล่าของการมีอยู่ ความเวียนซ้ำที่ไม่รู้จุดจบ และเสียงกรีดร้องจากความว่างเปล่าที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ พวกเขายังพูดถึงความสัมพันธ์โดยตรงกับ Black Sabbath ในฐานะรากเหง้าที่ก่อกำเนิดเดธเมทัล แม้จะไม่ได้ชื่นชมงานเดี่ยวของ Ozzy มากนัก แต่สมาชิกยอมรับว่าอิทธิพลของ Sabbath ต่อโลกแห่งซาวด์หนักหน่วงนั้นใหญ่หลวงจนไม่มีทางปฏิเสธได้
เสียงกีตาร์ใน The Summoning Bell ถูกออกแบบให้ดุร้ายแต่ชัดเจน ใช้การผสมผสานของแอมป์ Engl, Peavey และ Fender Twin Reverb พร้อมจังหวะที่ตีเป็นเส้นเลือดของอัลบั้มนี้ ผลงานการอัดโดย Greg Chandler แห่ง Priory Studio ทำให้งานครั้งนี้เป็นหนึ่งในโปรดักชันที่วงภูมิใจที่สุดในชีวิต
ในทุกความมืดที่ก่อตัวขึ้น The Summoning Bell คือเสียงเรียกที่ลากผู้ฟังเข้าสู่โถงว่างที่มีทั้งความบ้าคลั่ง ความหม่นเศร้า และความสวยงามของความเป็นมนุษย์แบบที่วงหายไปจากผลงานก่อนหน้า และ Malthusian ประกาศชัดแล้วว่าพวกเขาจะไม่หยุดอยู่แค่อัลบั้มนี้ แต่พร้อมเดินหน้าเปิดสงครามบทใหม่บนเวทีแห่งเดธเมทัล!
#Malthusian #TheSummoningBell #RelapseRecords #IrishDeathMetal #BlackenedDeathMetal #ExtremeMetal #DublinMetal #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น