พงศาวดารแห่งความตาย! : Season VII
Amon Amarth – Twilight of the Thunder God (2008)
.
กาลหนึ่งบนผืนน้ำแข็งของทิศเหนือ เมื่อพายุถาโถมเสมือนสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย และหมู่เมฆดำพัวพันราวรอยแผลแห่งทวยเทพ โลกมนุษย์เคยบันทึกไว้ถึงคืนหนึ่งที่ฟ้าผ่ามิได้หล่นลงมาเพื่อให้ความสว่าง แต่เพื่อฉีกกระชากความศรัทธาของผู้ยืนบนแผ่นดินนี้ให้สั่นสะเทือน จิตวิญญาณของพายุครั้งนั้นถูกผนึกไว้ในงานดนตรีชิ้นหนึ่ง อัลบั้ม Twilight of the Thunder God ของ Amon Amarth บทกวาดล้างแห่งปี 2008 ดั่งวรรณกรรมแห่งสงครามในรูปแห่งซาวด์ที่โหมกระหน่ำไม่ต่างจากคลื่นน้ำแข็งแตกเป็นเสี่ยง
.
ช่วงฤดูร้อนปี 2008 ที่ Örebro ประเทศสวีเดน Fascination Street Studio กลายเป็นสนามรบย่อยๆ ที่สมาชิกวงทั้ง 5 เดินเข้าไปพร้อมอาวุธของตน กลองของ Fredrik Andersson ที่ซัดลงมาราวค้อนธอร์ ริฟฟ์ของ Olavi Mikkonen และ Johan Söderberg ที่คมเหมือนใบขวานแห่งไวกิ้ง เสียงเบสของ Ted Lundström ที่ดังก้องราวฝีเท้าแห่งนักรบผู้กำลังวิ่งสวนพายุ และเสียงคำรามอันทรงพลังของ Johan Hegg ดุจถูกส่งจาก Valhalla มาเพื่อทวงคืนซากศพแห่งโลกมนุษย์ การบันทึกเสียงเต็มไปด้วยไดอารี่แบบ vlog 6 ตอนที่เผยให้เห็นเลือดเนื้อของนักรบสมัยใหม่ ขณะที่ทุกคนขุดเสียงของตัวเองออกมาเสมือนการคว้านฟ้าเพื่อปลุกทวยเทพให้ตื่นขึ้นอีกครา
.
ก่อนที่โลกจะได้เห็นปกอัลบั้มอันลือลั่น ภาพ Thor ควง Mjölnir เข้าฟาดฟัน Jörmungandr บนผืนน้ำสีเหล็กกล้า Amon Amarth ได้ส่งสัญญาณต่างๆ ผ่านกองทัพของตน ไม่ว่าจะเป็นการประกาศชื่ออัลบั้มในเดือนมิถุนายน การเปิดโฉมหน้าศิลปะแห่งสงครามในปลายกรกฎาคม และการปลดปล่อยข้อมูลว่ามิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติลแทร็กถูกถ่ายใน Jomsborg ประเทศโปแลนด์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ต่างอะไรกับการยืนอยู่กลาง Ragnarok ขนาดย่อม พายุที่ถล่มเข้าใส่ขณะถ่ายทำกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งตำนานนี้เอง ฟ้าผ่าวันนั้นเหมือนจะรับรู้ว่ามีบางสิ่งกำลังถูกปลุกขึ้นมา
.
ความดุร้ายของอัลบั้มนี้เป็นดั่งสงครามที่ถูกออกแบบด้วยมือช่างศึกระดับปรมาจารย์ มีการเชิญนักรบรับเชิญมาร่วมรบ เช่น Lars-Göran Petrov ผู้มอบเสียงคำสาปลงใน Guardians of Asgaard ด้าน Roope Latvala ที่เชือดริฟฟ์ลงในเพลงไตเติลเหมือนโลหะที่กำลังแตกตัว และ Apocalyptica ที่นำเสียงเชลโลมาสร้างสมรภูมิของ Live for the Kill ให้ลอยลึกเหมือนเลือดเก่าที่ไหลออกจากบาดแผลพันปี นี่คืออัลบั้มที่รวมวิญญาณแห่งนักรบหลายเผ่ามาไว้ในสนามเดียวกันโดยไม่แย่งแสงกันแม้แต่น้อย
.
เสียงตอบรับเบื้องต้นก็เหมือนพายุลูกที่สองที่ซัดเข้ากลางเวที เมื่อนิตยสารและเว็บไซต์ใหญ่ให้คะแนนระดับสูงจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ครหา Twilight of the Thunder God ทะยานขึ้นอันดับ 50 บน Billboard 200 สร้างประวัติศาสตร์ให้ Amon Amarth เป็นครั้งแรกในชีวิต และขึ้นอันดับ 11 ในชาร์ตบ้านเกิดอย่างสวีเดน ความสำเร็จนี้มาพร้อมกับการยอมรับว่าพวกเขาได้เชื่อมศิลปะแห่งสงครามดั้งเดิมของสแกนดิเนเวียกับเมโลดียุคใหม่ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครจับต้องมาก่อน
.
เวลาผ่านไปหลายปี ชื่อเพลงนี้ยังถูกศิลปินอื่นหยิบไปตีความใหม่ ตั้งแต่ Sabaton ในปี 2012, Corvus Corax ในปี 2013, Rage of Light ในปี 2017 ไปจนถึง Feuerschwanz ในปี 2021 ถ้าเสียงคำรามของฟ้าผ่ามีอายุยืนยาว นี่คงเป็นหนึ่งในเสียงที่ยังเดินทางผ่านกาลเวลาโดยมิถดถอย ทุกครั้งที่มีใครเล่นเพลงนี้ขึ้นมา ก็ราวกับว่ากำลังเปิดประตูเข้าสู่ทุ่งแห่งสนามรบเดิมที่ Thor เคยยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า
.
แทร็กสุดท้าย Embrace of the Endless Ocean ยาวเกือบ 7 นาที ทำหน้าที่เป็นบทอำลาที่เต็มไปด้วยความเวิ้งว้างแห่งท้องทะเลซึ่งกลืนทุกอย่างไว้ในความลึกของมัน ราวนักรบที่ยืนมองทะเลหลังการศึก ไม่รู้ว่าตนจะกลับเข้า Valhalla หรือจะถูกโยนลงสู่ความว่างเปล่า แต่ยอมรับชะตากรรมอย่างสงบเย็น นี่คือการปิดฉากที่ทำให้ภาพของอัลบั้มทั้งชุดยิ่งสมบูรณ์ดุจมหากาพย์
.
และทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ Twilight of the Thunder God ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในพงศาวดารแห่งความตาย เวอร์ชันเมโลดิกเดธเมทัล อัลบั้มที่ผนวกความโหดแบบสแกนดิเนเวียกับเมโลดี้ที่พาใจล่องไปบนเกราะและเลือดแห้งกรังบนหิมะ!
.
#AmonAmarth #TwilightOfTheThunderGod #MelodicDeathMetal #VikingMetal #Sweden #TerritoryMag
.jpg)

.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น