อดีตสมาชิกแฉ Dogma ปมสัญญา แรงงานราคาถูก และการควบคุมศิลปิน


วงการเมทัลสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Isa Roddy อดีตนักร้องคนแรกของโปรเจกต์ Dogma ออกมาเปิดใจผ่านแถลงการณ์บนอินสตาแกรม ยืนยันว่าเสียงร้องและองค์ประกอบทางศิลปะที่เธอสร้างไว้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของโปรเจกต์ยังคงถูกนำไปใช้ในผลงานต่างๆ แม้เธอจะออกจาก Dogma ตั้งแต่กลางปี 2022 และที่สำคัญคือ เธอไม่เคยได้รับค่าตอบแทนใดๆ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีครึ่งที่ร่วมปั้นตัวตน Lilith I ในยุคแรกของวง

.

Roddy ระบุว่า เธอเป็นผู้วางรากฐานโทนเสียง คาแรคเตอร์ และเอกลักษณ์ของตัวละคร Lilith ที่แฟนเพลงรู้จักกันดี เธอให้ทั้งเสียงร้อง ไอเดียสร้างสรรค์ และทิศทางด้านภาพลักษณ์โดยทุ่มแรงใจ แรงกาย และเงินส่วนตัวเข้าไปเต็มที่ ทว่าหลังเกิดปัญหากับสภาพแวดล้อมการทำงาน เธอตัดสินใจถอนตัว ก่อนพบว่าผลงานเสียงของเธอยังคงถูกใช้ต่อเนื่องในหลายเพลง เช่น Father I Have Sinned, My First Peak, Forbidden Zone, The Dark Messiah, Free Yourself และ Pleasure From Pain รวมถึง EP ที่ไม่เคยถูกปล่อยอย่างเป็นทางการแต่ยังคงออนไลน์อยู่จนถึงวันนี้

.

เธอยืนยันว่า “เสียงเหล่านั้นเป็นของฉัน และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนฉันเสมอ” พร้อมระบุว่าวิดีโอหลายตัวที่ใช้ฟุตเทจเธอถูกนำไปเผยแพร่โดยไม่ขออนุญาต และมีการนำเสียงใหม่มาซ้อนทับในเวอร์ชันที่ออกสู่สาธารณะ

.

คำแถลงของ Roddy จุดกระแสลูกใหม่ในดราม่า Dogma ซึ่งก่อนหน้านี้อดีตสมาชิกหลายรายได้ออกมาเปิดโปงปัญหาภายใน ตั้งแต่การไม่จัดทำวีซ่าสำหรับทัวร์อย่างถูกต้องจนทำให้สมาชิกถูกควบคุมตัวที่ชายแดน การบังคับใช้ภาพลักษณ์เกินความจำเป็น การจ่ายค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการใช้สคริปต์สัมภาษณ์ที่สร้างด้วย AI รวมถึงการข่มขู่ทางกฎหมายภายใต้สัญญาที่ถูกวิจารณ์ว่าละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของศิลปิน

.

กระแสเริ่มต้นในวันที่ 27 ตุลาคม เมื่อ Grace Jane “Lilith” Pasturini, Amber “Lamia” Maldonado และ Patri “Rusalka” Grief ประกาศลาออกจาก Dogma พร้อมระบุว่าผู้ควบคุมโปรเจกต์ได้เปลี่ยนวงดนตรีให้กลายเป็นแบรนด์ และคนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่ทดแทนได้ ก่อนที่สมาชิกหลายคนจะออกมาเปิดเผยประสบการณ์ที่คล้ายกัน ทั้งการถูกมองข้ามสวัสดิการพื้นฐาน การถูกกดดันให้ทำงานเกินภาระ และการถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติ

.

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือกรณีของ Grief ที่ถูกปฏิเสธวีซ่าทำงานในสหรัฐฯ ทำให้เธอและนักร้องคนใหม่ถูกควบคุมตัวกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนถูกส่งกลับโดยไม่มีคำขอโทษจากฝ่ายบริหาร แม้เธอจะเป็นผู้ที่ช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์และคอนเซปต์ของตัวละคร Rusalka มาตลอดก็ตาม

.

แรงสะเทือนยังลุกลามถึงผู้ที่เคยใกล้ได้ร่วมงาน เช่นนักร้อง Kim Jennett ที่เผยว่าเธอได้รับสัญญาที่ทนายประเมินว่าเข้าข่ายแรงงานทาส ด้วยข้อกำหนดที่บังคับให้ศิลปินไร้อำนาจต่อรอง ถูกควบคุมตัวตน และได้รับค่าตัวเพียง 100 ดอลลาร์ต่อโชว์ โดยไม่มีสิทธิ์ในรายได้อื่นใด

.

ดราม่าทั้งหมดนี้ทำให้สถานการณ์ของ Dogma ทวีความร้อนแรงจนถึงระดับที่ ผู้จัดคอนเสิร์ต Hardline Media ในออสเตรเลียประกาศเลื่อนทัวร์ของวงออกไปไม่มีกำหนด โดยระบุว่า “เราต้องการโปรโมต Dogma ในแบบที่เราและแฟนๆ คิดว่าเรากำลังจะได้รับ” พร้อมขอให้แฟนเพลงถือบัตรไว้เพื่อให้ผู้จัดพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ดีที่สุด

.

ในขณะที่ยังไม่มีแถลงการณ์ชัดเจนจากผู้บริหาร Dogma ความเงียบกลับยิ่งทำให้กระแสดราม่าขยายตัวต่อเนื่อง เพราะคำถามสำคัญยังคงเดิม ใครคือผู้ควบคุมโปรเจกต์นี้จริงๆ และจะรับผิดชอบต่อศิลปินที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไร

.

ปรากฏการณ์ครั้งนี้กำลังบอกโลกทั้งใบว่าในอุตสาหกรรมที่กำลังพยายามยกระดับความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของศิลปิน ความมืดมิดยังคงแทรกอยู่ในเงาของสปอตไลต์เสมอ โดยเฉพาะเมื่อศิลปินถูกสวมหน้ากากที่ไม่ได้ปกป้อง แต่ปิดกั้นสิทธิที่จะพูดความจริงของตัวเอง

.

และในขณะที่อดีตสมาชิก Dogma ยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทำดนตรีร่วมกันในโปรเจกต์ใหม่ สิ่งที่รอให้คลี่คลายคือคำตอบจากผู้ที่ยังนั่งอยู่หลังม่านควบคุมโชคชะตาของวงที่เคยถูกคาดหวังอย่างสูง

.

#Dogma #MetalNews #TerritoryMag


https://www.instagram.com/p/DRlG2ZeiFoX/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

ความคิดเห็น