Mudvayne ปลุกชีพนูเมทัลอีกครั้ง หลังเงียบเสียง 16 ปี


Mudvayne ปลุกชีพนูเมทัลอีกครั้ง หลังเงียบเสียง 16 ปี

.

หลังจากความเงียบงันในสตูดิโอกินเวลายาวนานถึง 16 ปี วงเมทัลชื่อดังจากอเมริกาอย่าง Mudvayne กลับมาสั่นสะเทือนเวทีอีกครั้งด้วยซิงเกิลใหม่ 2 เพลง Hurt People Hurt People และ Sticks and Stones เสียงกลองกระแทกหนัก ริฟฟ์กีตาร์ที่คมและบิดเบี้ยว กลับมาพร้อมกับพลังดิบที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้วในยุคนูเมทัลปัจจุบัน การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นสัญญาณว่าพวกเขายังมีไฟ แต่ยังสะท้อนถึงการฟื้นคืนชีพของทั้งยุคสมัยที่พวกเขาเคยยืนอยู่แถวหน้า

.

ในบทสัมภาษณ์ล่าสุด มือกลอง Matt McDonough พูดถึงความรู้สึกเมื่อได้ปล่อยผลงานใหม่อีกครั้งหลังจากการแยกวงและช่วงเวลายาวนานแห่งความเงียบ เขาเล่าว่า ทุกครั้งที่วงปล่อยเพลงใหม่ออกมา ย่อมมีความกังวลว่าจะถูกตัดสินอย่างไร วงพยายามไม่ทำซ้ำสิ่งเดิม แต่ก็ไม่อยากสูญเสียตัวตนของ Mudvayne ไปในกระบวนการทดลองสิ่งใหม่ๆ “เราต่างเติบโตขึ้น เราไม่ใช่คนเดิมจากเมื่อยี่สิบปีก่อน เสียงดนตรีก็ย่อมเปลี่ยนไปตามนั้น แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความจริงใจและพลังที่เรามีต่อแฟนเพลง” เขากล่าว

.

McDonough ยังพูดถึงปรากฏการณ์ที่เขาเรียกว่าการเกิดใหม่ของนูเมทัล ซึ่งกำลังกลับมาแรงอย่างไม่คาดคิด วงระดับตำนานอย่าง Deftones, System of a Down และ Limp Bizkit ต่างกลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง และ Mudvayne เองก็เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นนี้ เขายอมรับว่าในช่วงแรกที่เริ่มพูดคุยเรื่องการรวมตัว เขาไม่มั่นใจว่าผู้คนจะยังจำพวกเขาได้หรือไม่ “ผมเคยคิดว่าไม่มีใครจะมาดูเรา แต่พอขึ้นเวทีในเทศกาลแรกๆ กลับเห็นคนทุกวัยยืนอยู่ตรงหน้า มีทั้งแฟนรุ่นเก่าที่อยู่กับเรามาตั้งแต่ปลายยุค 90 และเด็กอายุแค่แปดขวบที่ร้องเพลงตามได้ทุกคำ มันบ้ามาก เหมือนฝันที่เป็นจริง”

.

วงกำลังอยู่ในช่วงทัวร์ครบรอบ 25 ปีของอัลบั้มเปิดตำนาน L.D. 50 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่สร้างนิยามใหม่ให้กับนูเมทัลในปี 2000 การกลับมาเล่นเพลงจากยุคนั้นอีกครั้งไม่เพียงปลุกความทรงจำของแฟนเพลง หากยังทำให้สมาชิกได้ทบทวนเส้นทางของตัวเองด้วย “มันไม่ใช่แค่การเล่นเพลงเก่า แต่เป็นการบอกกับตัวเองว่า เรามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร และเรายังมีอะไรจะพูดอีกมาก” McDonough กล่าว

.

อย่างไรก็ตาม การทัวร์ครั้งนี้มีเรื่องเศร้าปะปนอยู่ เมื่อ Greg Tribbett มือกีตาร์ของวงต้องถอนตัวชั่วคราวหลังภรรยาเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง สมาชิกที่เหลือต่างยืนยันว่าจะเดินหน้าทัวร์ต่อไปเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอ และเพื่อส่งต่อพลังของวงไปยังแฟนเพลงที่รอคอยมานาน

.

ด้านนักร้องนำ Chad Gray กล่าวในอีกบทสัมภาษณ์หนึ่งว่า การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความคิดถึงอดีต แต่เป็นความจำเป็นทางจิตใจสำหรับเขา “ผมรู้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาทำให้พื้นดินสั่นอีกครั้ง เราอยู่ในจุดที่พร้อมแล้วที่จะสร้างสิ่งใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังยึดมั่นกับสิ่งที่เรายืนหยัดมาตลอด” เขากล่าว เสริมว่าการแต่งเพลงใหม่ของวงเกิดขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตจริงในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะใน Sticks and Stones ที่สะท้อนถึงพลังทำลายของคำพูดและบาดแผลที่มองไม่เห็น

.

ทุกคืนก่อนขึ้นเวที Gray ยังจัดกิจกรรมเล็กๆ กับแฟนคลับที่ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมแต่งหน้าในสไตล์ของวง เป็นเหมือนพิธีกรรมก่อนการระเบิดพลังสดๆ บนเวที “มันไม่ใช่แค่โชว์ แต่มันคือการเชื่อมโยงทางอารมณ์” เขากล่าว

.

เมื่อถูกถามถึงทิศทางของวงในอนาคต McDonough ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่หนักแน่นว่า Mudvayne จะยังคงซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อ “เราจะไม่ทำเพลงเพียงเพื่อกระแส แต่จะทำเพราะมันเป็นสิ่งที่เราต้องการพูดจริงๆ ถ้าไม่ใช่ของเรา เราจะไม่ปล่อยออกมา” คำพูดนี้สะท้อนความตั้งใจของวงที่แม้จะผ่านยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่หัวใจของพวกเขายังเหมือนเดิม

.

ในภาพรวม การกลับมาของ Mudvayne คือภาพสะท้อนของยุคที่หมุนกลับมาอีกครั้ง เสียงแตกหนา กลองที่ทุบทะลุโครงกระดูก และเสียงร้องที่โหยหวนได้กลับมามีที่ยืนอีกครั้งในโลกที่เคยหมกมุ่นกับความเรียบและสะอาดของดนตรีดิจิทัล “บางทีโลกอาจพร้อมแล้วจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ตนูเมทัล” McDonough กล่าวไว้ด้วยรอยยิ้ม และดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่การทำนาย แต่เป็นความจริงที่เริ่มเกิดขึ้นแล้วในทุกเวทีที่ Mudvayne เหยียบย่ำ

.

#Mudvayne #NuMetal #MattMcDonough #ChadGray #LD50 #MetalNews #TerritoryMag

ความคิดเห็น