100 อัลบั้ม พงศาวดารแห่งความตาย!
10 อัลบั้ม Old School Death Metal รากเหง้าแห่งเดธยุคบุกเบิก
.
Morbid Angel - Altars of Madness (1989)
.
ภายใต้เพดานต่ำแห่งห้องอั ดMorrissound Recording ในแทมปา เดือนธันวาคมปี 1988 อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอับแห่งสายไฟที่ร้อนจัดและกลิ่นเหงื่อของนักดนตรี เสียงกีตาร์ของ Trey Azagthoth ปะทุออกมาราวไฟนรกที่กำลังกลืนกินโลก เขาบรรเลงดนตรีดุจกำลังร่ายมนตร์ที่บิดเบือนสติและความเป็นจริง ขณะที่ Pete Sandoval ใช้กลองเป็นอาวุธ สาดกระสุนนับพันนัดต่อวินาทีราวสังหารหมู่ในสนามรบ เสียงของ David Vincent ดังก้องคลายประกาศิตแห่งปีศาจผู้ครองบัลลังก์ใต้พิภพ หนา หนัก และชั่วร้ายเกินกว่าที่เสียงของมนุษย์จะเอื้อนเอ่ย
.
และนั่นคือวันที่ Altars of Madness ถือกำเนิด อัลบั้มเปิดตัวในปี 1989 ก้าวแรกของ Morbid Angel ที่เป็นดั่งการสถาปนาเดธเมทัลในฐานะศาสนาใหม่แห่งความสุดโต่งทางดนตรี เสียงเหล่านี้รุนแรงดุจการประกอบพิธีบูชาที่หลอมรวมเลือดเนื้อ และวิญญาณของผู้ฟังเข้าไปยังแท่นบูชาแห่งความบ้าคลั่ง
.
ในยุคที่แทรชเมทัลยังคงครองอำนาจ Altars of Madness เปรียบเสมือนค้อนศักดิ์สิทธิ์ที่ทุบทำลายกำแพงเก่าแก่ ด้วยเพลงอย่าง Immortal Rites และ Maze of Torment คือการไล่ล่าที่ไม่ปล่อยให้เหยื่อหายใจ ขณะที่ Chapel of Ghouls เปรียบดั่งภาพฝันร้ายในสุสานที่เต็มไปด้วยวิญญาณไร้ที่พิงพัก ทุกริฟฟ์ดุจดั่งใบมีดที่เฉือนลึงลงในเส้นเลือดดำ ทุกโซโลคือการบิดเกรียวแห่งไฟที่แผดเผาสติสัมปชัญญะจนหลอมละลาย ความเร็วและความซับซ้อนทางเทคนิคถูกนำมาใช้ราวมนตร์ดำเปลี่ยนเสียงดนตรีให้ปลายเป็นอาวุธทำลายทั้งร่างกายละจิตวิญญาณผู้ฟัง
.
หากมองให้ลึกลงไป เนื้อหาในอัลบั้มนี้มิใช่เพียงยกย่องซาตานหรือความสยดสยองในแบบฉาบฉวย หากแต่เป็นการจ้องมองลงไปในความมืดมิดของมนุษย์ ความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ในเลือดและเนื้อ Morbid Angel ถ่ายทอดความจริงนั้นออกมาอย่างจริงใจ ราวเขียนบทกวีด้วยเลือดบนผนังถ้ำที่มืดสนิท
.
ปกอัลบั้มซึ่งสร้างสรรค์โดย Dan Seagrave ไม่ต่างจากบานประตูที่เปิดสู่แดนนรก แผ่นหินที่เต็มไปด้วยวิญญาณถูกกักขังในวังวนแห่งความตาย กลายเป็นสัญลักษณ์ว่าผลงานชิ้นนี้เป็นดั่งแท่นบูชาที่ผู้ฟังต้องถวายวิญญาณตนให้กับมัน
.
แรงสะเทือนของ Altars of Madness ชัดเจนราวเสียงระเบิดกลางเวที มันเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์แห่งเมทัลไปตลอดกาล เส้นแบ่งระหว่างแทรช สปีด และเดธ ถูกทำลายจนไม่เหลือซาก อัลบั้มนี้ได้สร้างมาตรฐานด้วนการเขียนกฎใหม่ให้แก่วงการเดธเมทัล โดยวงอย่าง Emperor หรือ Cradle of Filth ต่างก็เคยอ้างอิงถึงพลังของมัน เสมือนลูกหลายที่ยังคงสวดมนต์บูชาแท่นบูชาแห่งนี้เรื่อยมา
.
3 ทศวรรษผ่านไป เสียงของ Altars of Madness ยังคงเป็นดั่งเสียงแตรศึกที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงเวลา มันไม่เคยถูกทำให้เงียบงัน ไม่เคยถูกทำให้เก่าแก่ และไม่เคยสูญเสียความหวาดหวั่น อัลบั้มนี้ยังคงยืนหยัดราวแท่นบูชาที่ไม่มีวันพังทลาย ดุจรากเหง้าแห่งเดธเมทัลที่ยังคงเติบโต แตกแขนง และครอบงำโลกด้วยเสียงแห่งความวิปลาสจนถึงปัจจุบัน!
.


.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น